ในที่สุดก็ได้เวลารวมตัวกันอีกครั้งของชาว TALA เพื่อเดินทางเข้าสู่นครเซี่ยงไฮ้ในวันที่ 27 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน พ.ศ.2553 ก่อนอื่นต้องขอเล่าให้ฟังก่อนนะคะว่าเราไปเซี่ยงไฮ้ทำไมกัน? นครเซี่ยงไฮ้นี้มีชื่อเสียงอยู่แล้วว่าเป็นนครปารีสแห่งตะวันออกของประเทศจีนและใน ช่วงเวลานี้ได้มีการประชาสัมพันธ์งานที่น่าตื่นตาตื่นใจในระดับโลก ซึ่งก็คืองาน Shanghai World Expo 2010 จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ไปชมงานนี้ ร่วมกันและนอกจากนั้นยังได้ไปเยือนเมืองซูโจวซึ่งเป็นเมืองน้ำผึ้งพระจันทร์ที่มีสวนสวยลือชื่อของโลก และเมืองโจวจวงซึ่งเป็นเมืองเวนิสแห่งเมือง จีนหรือดินแดนแห่งศิลปะ น่าตื่นเต้นกันแล้วนะคะ เกาะแน่นๆตามมาติดๆเลยค่ะ
หนี ห่าว มา...ถึงแล้วค่ะ นครเซี่ยงไฮ้ เมืองปารีสแห่งตะวันออกของประเทศจีน เช้านี้มีฝนตกเล็กน้อย ไกด์ท้องถิ่นที่นำเที่ยวเป็นไกด์ชาวจีนที่พูดไทยได้ชัดเจนมาก ชื่อ คุณภูผา เอาล่ะ ก่อนอื่นต้องขอเติมพลังทานอาหารเช้ากันในภัตตาคารหรูก่อนที่จะมุ่งหน้าไปสู่งาน Shanghai World Expo 2010 ค่ะ
เช้านี้เรามุ่งหน้าเดินทางไปสู่ เมืองซูโจว ซึ่งเป็นเมืองน้ำผึ้งพระจันทร์และเสมือนเป็นเมืองแห่งสรวงสวรรค์ตามคำบอกเล่าของไกด์ จากนั้นก็เดินทางไปสู่ พิพิธภัณฑ์ซูโจว เป็นพิพิธภัณฑ์อาคารสถาปัตยกรรมชิ้นเอกในเมืองซูโจว ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิก I.M.Pei สถาปนิกชาวจีนที่มีชื่อเสียงทั่วโลก งานออกแบบชิ้นนี้เป็นผลงานออกแบบชิ้นสุดท้ายของเขา ที่นอกจากการจัดแสดง historical and cultural gallery แล้วภายในยังมีสวนหิน สวนน้ำที่มีความร่วมสมัยและประเพณีนิยมผสมผสานอย่างกลมกลืน ในระหว่างทางเดินเราก็ได้ผ่านร้านรวงต่างๆ ที่อยู่บนถนนมีบรรยากาศของ เมืองเก่าที่ละลานตามาก
และอีกแห่งหนึ่งที่เป็น The must ต้องไปเยือน คือ สวนหลิวหยวน อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน โดยสวนหลิวหยวนนี้เป็นสวนที่ลือชื่อ 1 ใน 4 ของเมืองซูโจว และได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลก สวนแห่งนี้เป็นสวนที่สมบูรณ์แบบเลื่องชื่อของจีน เราสามารถชมธารน้ำเล็กๆ ศิลามหึมา สะพานโค้ง เก๋งจีน ศาลาริมน้ำ ภูเขาจำลอง ระเบียงยาว สะพานนานาชนิด และอารามหลวงขนาดย่อม รวมถึงประวัติของพระจักรพรรดิ์คังซี ครั้งที่พระองค์เสด็จมาทอดพระเนตรแถบลุ่มแม่น้ำแยงซี พระองค์ก็ได้เสด็จมาเยี่ยมชมสวนแห่งนี้